บทความ จากหนังสือ a day

ในฉบับนี้ เดือน พฤษภาคม 2551

คนตาบอด ได้ออกไปเที่ยวกันบ้างไหม

ถึงโลกที่เห็น ไม่มีภาพ

แต่คนตาบอด ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โปรดปรานเหมือนกัน

ด้วยข้อจำกัด ของโสตประสาทรับรู้ ซึ่งขาดหายไป 1 อย่าง

ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวของคนตาบอด

ถูกจำกัดความรู้สึก ไม่เหมือนกับคนตาดี

ที่สามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น วิว ทิวทัศน์

สายลม แสดแดด ความสนุกสนาน ของการบุกป่า ลุยฝน

สภาพอากาศที่ทำให้สิ่งแวดล้อม เปลี่ยนไปอย่างน่าประทับใจ

แต่ก็มีสถานที่ที่คนตาบอด ซึมซับได้ คล้ายคนตาดีที่สุดอยู่

เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า พวกเขาชอบไปที่ไหนกัน นั่นคือ ทะเล 

เด็กตาบอดยืนมองทะเลยยามเย็น

 

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกที่ปลายเท้าสัมผัสเม็ดทรายละเอียด

เกลียวคลื่นที่กระทบน่องขา เปลือกหอย ก้อนหิน

ที่สามารถก้มลงสัมผัสได้ง่ายดาย เสียงคลื่นครืนฝั่ง

สายลมอุ่นช่วงกลางวัน ความเงียบสงบเมื่อเข้าสู่ราตรี

ความรู้สึกเหล่านี้ คนตาบอดสามารถรับรู้ได้

ผ่านประสาทสัมผัสที่มีอยู่

ต่างจากคนตาดี เพียงภาพที่เห็นเท่านั้น

อีกทั้งทะเล ไม่มีสิ่งกีดขวางมากเท่าที่อื่น

ทำให้พวกเขาสามารถ วิ่ง ลุก กลิ้ง เดิน

ได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล เมื่อไรที่ต้องการความช่วยเหลือ

ทะเลก็มีคนพลุกพล่าน พอที่จะไหว้วานได้ หายห่วง

นี่ยังไม่รวมถึงการเดินทางที่สะดวก สบาย ไม่สมบุก สมบัน

จนเข้าขั้นอันตราย การเตรียมตัวที่ไม่วุ่นวายนัก

ภาพหาดทรายริมทะเล

ต่างจากสถานที่อื่น เช่น ภูเขา ซึ่งต้องเตรียมตัวนาน

มีอุปกรณ์ เฉพาะทางสูง เสี่ยงอันตรายในการเดินทาง ขึ้นลง

ทั้งยังต้องเสี่ยงกับสัตว์จำพวกแมลง

ที่เป็นศัตรูอันดับหนึ่งของคนตาบอดด้วย

แถมทิวทัศน์ส่วนใหญ่ ต้องใช้ตามองเท่านั้น

เช่น นก ต้นไม้ พระอาทิตย์ ขึ้น ตก ทะเลหมอก

หรือ อะไรก็ตามที่อยู่ริมทางล้วนต้องใช้ตามองทั้งนั้น

 

แน่นอนว่า คนตาบอดไม่มีทางรับรู้และเข้าถึงได้เลย

เด็กตาบอดปีนโขดหอน

เช่นเดียวกับโบราณสถาน หรือสถานที่ต่างๆ

ซึ่งต้องไข้โสตประสาทการมองเป็นหลัก

แม้แต่การถอดรองเท้า สัมผัสดิน ยังเป็นเรื่องลำบาก

หนักกว่านั้น คนตาบอดบางคนมองว่า

การท่องเที่ยวเชิงนี้ เข้าขั้น เสียเวลาเปล่า เลยทีเดียว

การเดินทางไปกับทัวร์ ดูแล้วเป็นหนทางที่ปลอดภัย

และน่าสนุกสำหรับพวกเขา ในสายตาคนตาดีอย่างพวกเรา

แต่เมื่อได้ลองนั่งคุยถามไถ่แล้วจะรู้ว่า

การท่องเที่ยวสำหรับพวกเขา ต้องใช้ระยะเวลามากกว่า

เพราะไม่เห็นด้วยสายตา จึงต้องละเมียด ละไม

ในการซึมซับสถานที่ด้วยวิธีการอื่น เช่น กลิ่น

หรือสัมผัสจากมือ และเท้า

ขณะที่คณะทัวร์ส่วนใหญ่แล้ว

ถูกเร่งรัด ด้วยเจ้าหน้าที่บริษัททัวร์

ให้เดินตามฟังคำบรรยาย ด้วยความเร็ว

ขนาดมนุษย์ธรรมดา ยังเข้าใจลำบาก

จะนับประสาอะไรกับพวกเขา

ดังนั้นคนตาบอดส่วนใหญ่ จึงชอบรวมตัวกัน

เดินทางไปท่องเที่ยวเองมากกว่า

อย่างที่คนเข้าใจกันทำ ติดต่อ หาที่พักเอง

หากไปเยอะก็จ้างรถตู้ รถทัวร์ หรือไม่ก็นั่งรถเมล์กันไปเอง

เดินกันไปเป็นกลุ่ม ดูแลกันเอง อบอุ่นไปอีกแบบ

อย่างไรก็แล้วแต่ สถานที่เขาต้องการมุ่งสู่

เราก็พอสรุปได้ว่า ต้องเป็นพื้นที่ซึ่ง

สามารถสัมผัสความรู้สึกสบายกาย สบายใจ

พร้อมทิ้งตัวลงปลดปล่อยความเหนื่อยล้าของชีวิตทุกช่วง

เป็นพื้นที่ตรงใด ที่แม้หลับตาก็ยังเห็น

 

อย่างที่ไม่ต้องใช้ตามอง

เด็กตาบอดนั่งบนม้านั่ง

แหล่งที่มาของข้อมูล